คู่มือการขายบ้าน 3 แนวทาง ขายบ้าน พร้อมผู้เช่า

คู่มือการขายบ้าน pool vllias บ่อยมากจุดเกิดเหตุการณ์จำต้องรีบใช้เงิน หรือมีความสำคัญจะต้อง ขายบ้าน ทิ้ง แม้เป็นบ้านไม่ก็ขายได้เลยไม่มีอะไรให้ติดพัน แม้กระนั้นถ้าบ้านคุณยังมีคนเช่าอยู่ล่ะ? ต้องทำเช่นไร? ซึ่งกรณีนี้ชอบมีเรื่องมีราวยุ่งยากตามมาเสมอ

ไม่ว่าจะเกิดเรื่องการขอนัดมองบ้านที่จะต้องรอคอยให้ว่างตรงกันทั้งยัง 3 ข้าง phuket villas อีกทั้งคนซื้อ คนขาย แล้วก็คนเช่า (ที่มีสิทธิในบ้านในเวลานี้) และยังรวมไปถึงปัญหาที่คนซื้อปรารถนาอยู่เอง และไม่ต้องการจะไปเฉดหัวไล่ผู้เช่าในวันหลัง ปัญหาทั้งหมดทั้งปวงนี้อาจไม่มีผู้ใดหรือข้างไหนต้องการจะพบ

คนจำนวนไม่น้อยก็เลยใช้แนวทาง “รอคอยตราบจนกระทั่งจะหมดสัญญา” หรือรอคอยให้ผู้เช่าออกไปก่อนนั่นเอง ซึ่งวิธีแบบนี้ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่ว่าก็เสียเวล่ำเวลาที่จะคอย เพราะเหตุว่าแม้ขายได้ก่อนหน้านั้นก็ได้เงินไปใช้ในทันทีทันใด

คู่มือการขายบ้าน

1. ขายบ้าน ให้กับคนเช่า

บางครั้งผู้ซื้อบางทีอาจจะไม่ใช่คนอื่นๆคนไกล Villas Phuket ทดลองคุยกับผู้เช่าก่อนว่าคุณปรารถนา ขายบ้าน / ขายคอนโดทิ้ง ด้วยเหตุผลจำเป็นจะต้องบางสิ่ง ถ้าเกิดผู้เช่าพอใจจะขายให้ในราคาพิเศษ

แบบงี้ผู้เช่าบางทีก็อาจจะพอใจแล้วก็ซื้อต่อ กรณีนี้ก็จะจบปัญหาการ ขายบ้าน พร้อมผู้เช่าโดยทันที แต่ว่าถ้าหากวิธีแบบนี้ไม่เป็นผล ทดลองดูข้อต่อไป

2. ขายบ้าน ให้นักลงทุน

แม้ ขายบ้าน ผู้เช่าไม่ได้เรื่อง ทดลองแปลงแนวทางมาเน้นย้ำขายนักลงทุนแทน เพราะเหตุว่าแนวทางการขายบ้านพร้อมผู้เช่านี้จะเป็นข้อได้เปรียบสำหรับผู้บริโภคที่เป็นนักลงทุน เนื่องจากซื้อไปแล้วไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยไปพบผู้เช่าเอง

ทั้งยังยังประกันได้อีกด้วยว่าซื้อไปแล้วจะได้ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าในราคานี้เลย phuket property ไม่ต้องไปลุ้นเอาเองว่าจะหาคนเช่าได้ไหม กรณีนี้เวลาลงประกาศจะต้องย้ำว่า “ยืนยันค่าใช้จ่ายสำหรับเช่า”, “ซื้อแล้วมีรายได้เลย”, “เห็นผลทดแทน….%” อย่างงี้จะช่วยยั่วยวนใจเหล่านักลงทุนได้มากขึ้น

3. มอบเงินทดแทนผู้เช่า

แต่ว่าถ้าหากการมีผู้เช่าอยู่ในบ้านนั้นยังคงสร้างความลำเค็ญสำหรับการ ขายบ้าน รวมทั้งคุณเองก็ไม่สามารถที่จะคอยกระทั่งหมดสัญญาได้นั้น

บางครั้งอาจจะจำต้องใช้แนวทางมอบเงินทดแทนแก่ผู้เช่าจากการบอกเลิกคำสัญญาก่อน (โดยที่ผู้เช่ามิได้ทำผิดคำสัญญา) แล้วก็เพื่อเป็นการทดแทนที่ให้ผู้เช่าจำเป็นต้องย้ายที่อยู่ก่อนหมดสัญญา

การซื้อ- ขายบ้าน พร้อมผู้เช่า คือปัญหามานานมาแล้ว TerraBKK property phuket เสนอแนะว่า ควรจะแจ้งผู้เช่าล่วงหน้าให้นานที่สุด อย่างต่ำ 3 เดือนที่แล้วประกาศ ขายบ้าน เพื่อผู้เช่าได้เตรียมพร้อมหาที่เช่าใหม่หรือตระเตรียมกับเจ้าของบ้านคนใหม่

ทั้งยังเพื่อคุ้มครองปกป้องปัญหาผู้เช่าไม่ยินยอมย้ายออกพอหมดข้อตกลง (เวลาที่เปลี่ยนมือเจ้าของบ้านแล้ว) ควรจะเขียนคำสัญญาขึ้นมาอีกฉบับว่าให้ผู้เช่าจำต้องย้ายออกพอหมดข้อตกลง

แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของเจ้าของบ้านรวมทั้งตาม แต่ว่าถ้าเกิดเจ้าของเดิมเต็มอกเต็มใจจะให้เช่าต่อก็คงไม่คือปัญหาเท่าใดนัก

ผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้าน ไม่เหมือนกับผ่อนบ้านกับแบงค์ยังไง

การจะซื้อบ้านสักข้างหลังนอกเหนือจากที่จะกู้ซื้อบ้านกับแบงค์ แล้วก็ผ่อนบ้านกับแบงค์แล้ว ยังมีอีกหนึ่งกรรมวิธีการซื้อบ้านที่ผู้คนจำนวนมากอาจจะไม่ทราบ โน่นเป็น “ผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้าน” เอง

โดยไม่ต้องผ่านแบงค์ แนวทางการนี้มีเนื้อหาเช่นไร มีจุดเด่น-จุดบกพร่องเช่นไร มีอะไรบ้างที่คุณควรจะทราบไว้ก่อนที่จะทำการตัดสินใจผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้าน

คู่มือการขายบ้าน

ผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้านเป็นยังไง

ผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้านเป็นแบบการซื้ออสังหาริมทรัพย์อีกแบบหนึ่ง แต่ว่าแทนที่จะจะต้องผ่านการกู้ยืมซื้อบ้าน รวมทั้งจ่ายดอกรวมทั้งเงินต้นกับทางแบงค์ เปลี่ยมาจ่ายให้กับเจ้าของบ้านแทน

ซึ่งการซื้อวิธีแบบนี้มีเหตุมาจากการที่คนซื้อบ้านไม่สามารถที่จะเข้าถึงสินเชื่อได้ หรือกู้ซื้อบ้านกับแบงค์ได้ยากนั่นเอง ดังนี้ ในกรณีการผ่อนคลายบ้านกับเจ้าของบ้านนั้นปัจจุบันนี้ไม่มีผู้ใดนิยมทำกันมากเท่าไรนัก village phuket เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วถ้าหากผ่อนกับเจ้าของบ้านได้โอกาสที่คุณจะเสียผลดีมากยิ่งกว่าได้

ผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้านจำเป็นต้องทำยังไง

เมื่อคุณตกลงใจก็ดีแล้วว่าคุณปรารถนาผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้าน สิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องทำเป็นการทำความตกลงที่แน่ชัด เพื่อการตกลงกันนั้น มีรายลักษณ์อักษรเอาไว้รับรองเมื่อกำเนิดกรณีต่างๆขึ้นมาในอนาคต อีกทั้งเรื่องของจำนวนเงินที่ผ่อนทุกเดือน

อัตราค่าดอกเบี้ยที่จะจำเป็นต้องเสีย แล้วก็รูปแบบของการครองเจ้าของ แม้คุณไม่มีความรู้ phuket village ควรที่จะต้องหารือผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งสามารถชี้แจงได้แจ่มกระจ่างว่าคุณจำเป็นจะต้องจัดการทำเช่นไรบ้าง อีกทั้งเรื่องของหนังสือสัญญา รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการส่ง รวมทั้งช่วงเวลาของคำสัญญาด้วย ไม่เหมือนกันของการคลายบ้านกับเจ้าของบ้านกับการคลายบ้านกับแบงค์

สำหรับไม่เหมือนกันของการผ่านบ้านกับแบงค์ และก็ผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้านนั้น มีความไม่เหมือนกันออกไปในหลายๆส่วน ส่วนอันดับแรกเรื่องของดอกส่วนใหญ่แล้วผ่อนกับแบงค์จะมีการระบุดอกไว้ในแบบต่างๆตามแต่คำแนะนำของแบงค์เอง

รวมทั้งเป็นดอกที่มีการลดน้อยลง เมื่อต้นน้อยลง เป็นเมื่อคุณผ่อนบ้านไม่เรื่อยเมื่อเงินต้นลด ดอกที่คุณต้องจ่ายก็จะต่ำลงตามไปด้วย แม้กระนั้นการคลายบ้านกับเจ้าของบ้านจะไม่มีการลดน้อยลงแน่ๆถ้าเกิดไม่มีการตกลงกันไว้

ผ่อนบ้านกับแบงค์คุณจะมั่นอกมั่นใจได้แน่ๆว่าเมื่อผ่อนหมด ครบตามช่วงเวลา จะสามารถได้รับโอนกรรมสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายระบุแน่ๆ แต่ว่าถ้าหากผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้านบางครั้งก็อาจจะจะต้องลุ้นหน่อยว่าคุณจะเจอเจ้าของบ้านที่ดีหรือเปล่า เพราะมีหลายสาเหตุที่เจ้าของบ้านไม่โอนกรรมสิทธิ์ให้

นอกเหนือจากนี้ การคลายบ้านกับแบงค์เมื่อกำเนิดวิกฤติต่างๆที่กระทบต่อการคลัง รายได้ของคุณ คุณอาจจะสามารถขอผ่อนผันได้ ตัวอย่างเช่น วิกฤติวัววิด-19 ปัจจุบันนี้ที่แบงค์ต่างๆพร้อมใจกันพักจ่ายเงินที่จำเป็นต้องผ่อนเข้ามาตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล แม้กระนั้นกับเจ้าของบ้านไม่ทุกรายที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และก็ยินยอมให้พักใช้หนี้ใช้สิน

ข้อตกลงการคลายบ้านกับเจ้าของบ้าน

คู่มือการขายบ้าน

สำหรับข้อแม้สำหรับในการผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้านนั้น ทั้งผองทั้งหมดแล้วอยู่ที่กติกาของทั้งสองฝ่าย ไม่มีเงื่อนไขแน่นอน คุณอาจจะกำหนดจากสิ่งที่คุณสามารถทำเป็นดังเช่น คุณมีเงินเดือน รายได้ที่ราวเดือนละ 19,000 บาท ซึ่งคุณอาจจะมีกำลังผ่อนที่ 9,000 บาท ซึ่งแล้วก็ต้นและก็ดอกแล้ว ก็อยู่ที่เจ้าของบ้านจะสามารถยอมรับได้ไหม

สำหรับเพื่อการลงนามนี้อยู่ที่การตกลงคุ้นเคยของทั้งสองฝ่ายที่ได้กึ่งกลางซึ่งสามารถยอมรับได้ทั้งสองมากยิ่งกว่าที่จะมีเงื่อนไขแน่นอน หรือแบบแผน คุณอาจจะอ้างอิงการจ่ายจากแบงค์เข้ามาเป็นบรรทัดฐานสำหรับเพื่อการตกลง

สรุปจุดเด่น-จุดอ่อนของการคลายบ้านกับเจ้าของบ้าน

สำหรับจุดเด่น-ข้อควรตรึกตรอง ขอแบ่งได้ข้อๆเพื่อรู้เรื่องได้อย่างเห็นได้ชัด ดังต่อไปนี้

จุดเด่น

– ดูเหมือนจะมีเพียงแค่ข้อเดียวเป็น ไม่ต้องยุ่งยากสำหรับเพื่อการยื่นกู้แบงค์ ไม่ต้องมีประวัติการคลังที่ดี มีหนี้สินเท่าใดก็กู้ได้ ขึ้นกับความพอใจกับเจ้าของบ้านรวมทั้งผู้บริโภคเป็นหลัก

จุดบกพร่อง

  • – การผ่อนคลายชอบเป็นลักษณะดอกคงเดิม (ไม่เกินปริมาณร้อยละ 15 ต่อปี) ซึ่งต่างจากการคลายบ้านกับแบงค์ที่มีดอกเบี้ยคงเดิม แล้วก็ดอกลอยตัว บางทีอาจไม่มีจังหวะลดดอกเหมือนกับการรีไฟแนนซ์ หรือรีเทนชั่นราวการผ่อนคลายบ้านกับแบงค์
  • – เจ้าของบ้านได้โอกาสจะเลิกข้อตกลงได้ ถ้าหากมีการผิดนัดจ่าย ซึ่งเงินที่จ่ายมาก่อนหน้านี้จะเป็นของเจ้าของบ้านโดยปริยาย ก่อนหน้านี้ก็จะราวกับเป็นการเช่าอยู่แค่นั้น ต่างจากการผ่อนคลายบ้านกับแบงค์ที่ถ้าหากว่าไม่มีเงินผ่อนต่อก็บางครั้งก็อาจจะขายให้ผู้อื่นได้
  • – ขาดความยืดหยุ่นของการคลาย ถ้าหากกำเนิดวิกฤติต่างๆที่ทำให้ไม่อาจจะผ่อนต่อได้ ยกตัวอย่างเช่น วิกฤติวัววิด-19 ผ่อนบ้านกับแบงค์ยังมีมาตรการลดหย่อนการจ่ายและชำระหนี้ ตัวอย่างเช่น การพักจ่ายเงินต้น หรือการพักจ่ายดอก ส่วนผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้าน บางทีอาจไม่มีแบบงี้

จะมองเห็นได้ว่าผ่อนบ้านกับเจ้าของบ้านนั้นมีข้อพึงระวังหลายด้านที่คนซื้อบ้านด้วยแนวทางลักษณะนี้จำเป็นต้องไตร่ตรองให้ดีอีกทั้งระยะสั้นรวมทั้งระยะยาว ซึ่งสิ่งที่จะทำให้มั่นอกมั่นใจได้ว่าคุณจะได้บ้านแน่ๆเมื่อผ่อนหมดก็คือคำสัญญาที่รัดกุม

หรือใช้วิธีการทำคำสัญญากู้ยืมจากเจ้าของบ้านแทน ตามราคาบ้านข้างหลังนั้น แล้วให้เจ้าของบ้านโอนบ้านข้างหลังนั้นให้กับพวกเราก่อน ต่อจากนั้นนำบ้านพร้อมที่ดินที่ค้าขายกันนั้นไปจำท่วมไว้เป็นประกันเงินกู้ยืม

โดยในคำสัญญากู้หนี้ยืมสินควรต้องกำหนดให้กระจ่างว่าจำเป็นต้องผ่อนส่งงวดละมากแค่ไหน ดอกเท่าไร่ (ไม่เกินปริมาณร้อยละ 15 ต่อปี) ช่วงเวลานานมากแค่ไหน แต่ว่าจะใช้แนวทางไหนก็ขึ้นกับคนซื้อแล้วก็คนขายเป็นหลัก

การเปรียบเทียบ จุดเด่นข้อบกพร่องของการซื้อบ้านกับเช่าห้อง

ในด้านของการวางเป้าหมายด้านการเงินแล้ว การซื้อบ้านถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ด้วยเหตุว่าสามารถให้เช่าหรือบางทีอาจขายต่อในอนาคตได้ แถมราคาของที่พักที่อาศัยยังมากขึ้นตลอดระยะเวลาแล้วก็มากยิ่งกว่าอัตราค่าดอกเบี้ยเงินออมในแบงค์ด้วย

สามารถซื้อไว้เก็งกำไรได้ ไม่ถูกจากทรัพย์สินอื่นๆอย่างรถยนต์หรือเครื่องจักร ที่มากกว่าราคายิ่งตก ส่วนผู้ใดกันแน่จะเหมาะสมกับอาศัยแบบใดนั้น ควรต้องถามตนเองให้ดีๆและก็เล่าเรียนเทียบจุดเด่นจุดอ่อนให้ชัดเจนก่อนที่จะตัดสินใจ

จุดเด่นของการซื้อบ้านหมายถึงมีต้นทุนสำหรับเพื่อการพักอาศัยคงเดิม ในตอนที่การเช่าบ้านจำต้องจ่ายค่าเช่าเยอะขึ้นเรื่อยๆ

นอกเหนือจากนั้นคนที่กู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้านยังได้รับการผ่อนปรนภาษีดอกจ่ายค่าผ่อนบ้านอีกด้วย ในตอนที่คนเช่าห้องจะมิได้รับสิทธิประโยชน์ในส่วนนี้ แม้กระนั้นเหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ

ข้อบกพร่องของการซื้อบ้านเป็นมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงมากขึ้น เริ่มตั้งแต่เงินดาวน์ก้อนใหญ่และก็ภาระหน้าที่ผ่อนหนี้บวกดอกที่บางครั้งอาจจะใช้เวลา 20-30 ปีขึ้นไป ภาระหน้าที่สำหรับเพื่อการดูแลค่าใช้สอยต่างๆข้างในบ้านอีกต่างๆ ถ้าหากบริหารเงินไม่ดี ขาดส่งแบงค์นานๆ

บางทีอาจถูกยึดบ้านเพื่อบังคับจำนำได้ ซึ่งหากติดหนี้ปริมาณหลายงวดต่อเนื่องกัน ดอกบวกเงินต้นก็บางครั้งอาจจะสูงยิ่งกว่าค่าตลาดของบ้านข้างหลังนั้นได้ ซึ่งพอเพียงถึงในตอนนั้นผู้กู้บางครั้งก็อาจจะถูกไล่เบี้ยในเงินอื่นๆเพื่อมาขายทอดตลาดใช้หนี้เพิ่มอีกก็ได้

เมื่อเทียบจุดเด่นข้อตำหนิ ระหว่างการซื้อกับการเช่าดูแล้ว อาจจะจำเป็นต้องตกลงใจแล้วว่า จะเลือกแบบใดดี โดยต้นเหตุที่ควรที่จะนำมาประกอบกิจการตรึกตรองเป็น เรื่องของราคาบ้านแล้วก็อัตราค่าดอกเบี้ยสำหรับในการกู้ยืมเงิน สิทธิประโยชน์ทางภาษีของการซื้อบ้าน ช่วงเวลาที่คาดว่าจะอาศัยในบ้านข้างหลังนั้น

รวมทั้งความน่าจะเป็นไปได้ของความเคลื่อนไหวราคาบ้านเวลานี้ว่าจะมากขึ้นหรือลดลง ดังเช่นว่า ถ้าเกิดคาดว่าบ้านจะราคาลดน้อยลงในอนาคต คุณอาจจะเลื่อนการตัดสินใจซื้อบ้านออกไปจนกระทั่งในเวลาที่เห็นผลผลดีคุ้ม

เหตุอื่นๆยังมีเรื่องมีราวของการเปรียบเทียบค่าครองชีพของการเช่าบ้านหรือซื้อบ้าน โดยรายจ่ายจากการเช่าบ้านจะดังเช่นว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าในแต่ละเดือน ค่าเบี้ยประกันภัยในแต่ละเดือนที่ผู้เช่าจึงควรจ่ายให้กับผู้ให้เช่า ส่วนค่าครองชีพจากการซื้อบ้านจะประกอบไปด้วย

ค่าผ่อนส่งผ่อนชำระในแต่ละเดือน ค่าเบี้ยประกันภัยที่จำเป็นต้องจ่ายตามข้อตกลงเงินกู้ยืมกับผู้ให้กู้ ค่ารักษาเงินทองต่างๆแล้วก็น่าจะจำต้องรวมทั้งค่าพลาดโอกาสสำหรับเพื่อการหาผลประโยชน์ของเงินที่จำต้องใช้เป็นค่าใช้สอยต่างๆเกี่ยวกับการซื้อบ้าน ดังเช่น เงินดาวน์ ค่าธรรมเนียมสินเชื่อต่างๆค่าประมาณราคาเงิน ภาษี ค่าใช้สอยพวกนี้ควรจะถูกลบด้วย

เมื่อคิดส่วนหักลบแล้ว จำเป็นต้องคิดในส่วนเพิ่มด้วย โน่นเป็นส่วนเพิ่มของราคาประเมินบ้านข้างหลังนั้นที่จะเพิ่มในแต่ละปี (ทำโดยเปรียบการเพิ่มขึ้นของราคาประเมินของบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งประเภทเดียวกันในแต่ละปี)

ภายหลังกระทำการเทียบรายจ่ายทุกปีของทั้งคู่หนทางแล้วหนทางที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าก็จะได้ผลคุณประโยชน์ด้านเศรษฐกิจกับ ผู้ครอบครองมากยิ่งกว่า